| == "ผ่าวิกฤติ"นร.ติดเหล้า ส่งเสริมร่วมกิจกรรมในโรงเรียน ===
|
"ผ่าวิกฤติ"นร.ติดเหล้า ส่งเสริมร่วมกิจกรรมในโรงเรียน
ปัญหาวัยรุ่นติดเหล้า ตอนนี้มองว่าเป็นปัญหาที่น่าวิตกมาก จนเป็นจุดเริ่มต้นของการ"มั่วสุม" การทะเลาะวิวาททำร้ายกัน ถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต วัยรุ่นกับอุบัติเหตุบนท้องถนน วัยรุ่นกับเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร วัยรุ่นกับปัญหาการฆ่าตัวตาย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์
จากข้อมูลจากรายงานสุขภาพคนไทย วัยรุ่นดื่มเหล้ากันมากขึ้น มีสาเหตุมาจากความต้องการที่จะทดลองดื่ม และมีเพื่อนชักชวน พบว่าวัยรุ่นเพศชายที่อายุระหว่าง 11-19 ปี มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนถึง 1.06 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.23 ของประชากรในกลุ่มอายุนี้ และยังมีข้อมูลที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเด็กที่เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอายุ 13 ปี มีโอกาสติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนสุขภาพและอนาคตของเยาวชน
ปัญหานักเรียนมั่วสุมกินเหล้า สูบบุหรี่ เสพยาเสพติดในโรงเรียน ยังคงเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก และยิ่งขณะนี้ยาเสพติดเริ่มกลับมาระบาดหนักอีกครั้งยิ่งน่าห่วง "โรงเรียนสกลพัฒนาศึกษา" เป็นสถานบันหนึ่งที่พบ "ปัญหาเด็กนักเรียนดื่มสุรา" และกำลังอยู่ในช่วงของวัยรุ่น เพื่อเป็นการดึงเด็กออกจากพฤติกรรมเสี่ยง และให้เด็กใช้เวลาไปในทางที่สร้างสรรค์ ทางโรงเรียนจึงได้ริเริ่มโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในชมรมทำหุ่นยนต์
นายมณเฑียร รัตนวร ครู รร.สกลนครพัฒนาศึกษา ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนการทำหุ่นยนต์ให้กับเด็กๆ นักเรียน เล่าว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ในชมรมทำหุ่นยนต์ ส่วนจัดเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะหันไปสูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา ซึ่งมีบางคนที่หลงผิดไปก็ได้รวมกลุ่มกันกลับเข้าร่วมกับชมรมทำหุ่นยนต์ เพราะเป็นกิจกรรมที่พวกเขาสนใจในการประดิษฐ์คิดค้นที่จะทำหุ่นยนต์ การสอนจึงเน้นที่การนำทักษะพื้นฐานของสาขาวิชาอุตสาหกรรมมาใช้ เช่น วิชาไฟฟ้า เครื่องกล การเชื่อม เครื่องยนต์ การประดิษฐ์หุ่นยนต์ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะได้ฝึกการคิดคำนวณ เช่น ได้คำนวณระยะของช่วงขาของหุ่นยนต์ แต่ละตัวเพื่อให้ได้หุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพซึ่งต้องมีการคิดคำนวณกันเป็นวัน
นอกจากนี้ยังทำให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นด้วย เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาประดิษฐ์หุ่นยนต์มีราคาสูงมากเด็กจะแก้ปัญหาโดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้บางประเภทมาเป็นส่วนประกอบ และเด็กยังได้ฝึกความเป็นทีมในการทำงาน และรู้จักความสามามัคคี เพราะความสามัคคีเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือถ้าเด็กคนไหนมีปัญหาจนไม่สามารถทำงานร่วมกลุ่มกับคนอื่นในชมรมได้ในกลุ่ม ก็จะให้การแนะนำให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน โดยนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมมาจากโครงการทูบีนัมเบอร์วันมาปรับใช้ ซึ่งหุ่นยนต์ต้นแบบที่เกิดจากพลังความสามัคคีของเด็กๆ ยังสามารถนำมาต่อยอดประกอบเป็นหุ่นยนต์ชนิดต่างๆได้อีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคนหรือสัตว์ต่างๆ หรือเพื่อการใช้งานในอนาคตหรือการใช้งานที่ทุ่น แรงมนุษย์ หุ่นยนต์สำหรับช่วยในกิจกรรมการเคลื่อนย้าย หรือยกของ หรือสำหรับในพื้นที่ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปได้ เช่น หุ่นยนต์กู้ภัย เป็นต้น
สำหรับหุ่นยนต์ที่ให้เด็กได้ฝึกเรียน และฝึกประดิษฐ์กันนั้นจะเป็นหุ่นยนต์เพื่อการแข่งขันในการทำงานแบบทีม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การแข่งขันในกติกาต่างๆ สอนให้เด็กรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ซึ่งการแข่งขันจะมีตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับภาค และถ้าผ่านตรงจุดนี้ไปก็จะสามารถไปแข่งระดับประเทศได้ เราจึงจัดทีมหุ่นยนต์เพชรสกลพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เด็กมีทีมที่จะลงแข่งเพื่อให้เขาได้แสดงพลัง และความสามารถของทีมเขาได้อย่างเต็มที่ ในแต่ละปีจะมีการแข่งขัน 3-4 ครั้ง
นอกจากนี้นักเรียนยังถูกเชิญให้ไปโชว์ศักยภาพ และความสามารถในโอกาสต่างๆ จึงทำให้เด็กได้ฝึกฝนความรู้อยู่ตลอดเวลา จนไม่มีเวลาว่างให้ไปมั่วสุ่มกับสิ่งเสพติดไม่ว่าจะเป็นเหล้าหรือบุหรี่ เรียกได้ว่าเวลาของนักเรียน ล้วนแต่มีค่าเกินกว่าที่จะปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ได้ครอบงำพวกเขา จนกลายมาเป็นเครื่องป้องกันปัญหายาเสพติดให้กับตัว ซึ่งเกิดจากการใช้เวลาส่วนหนึ่งอยู่กับการคิดค้นในการสร้างสรรค์หุ่นยนต์แบบใหม่
สำหรับผลงานหุ่นยนต์ของทีมเยาวชน รร.สกลนครพัฒนาศึกษา นั้นได้รับรางวัลชนะเลิศหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวะภาคอีสาน ปี 51 และยังได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในการแข่งขัน Techno Mart Championship ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ด้าน น.ส.จินตนา ภูรัพพา ครูประจำ รร.สกลนครพัฒนาศึกษา เล่าว่า ปัญหาการสูบบุหรี่ และการดื่มสุราของนักเรียนล้วนเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่บั่นทอนสุขภาพ และอนาคตเด็ก และการที่ทางโรงเรียนได้จัดตั้งโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแนวทางในการดำเนินสามารถนำมาใช้ในการปรับพฤติกรรม และพัฒนาศักยภาพในตัวนักเรียนได้ และยังสามารถดึงเด็กออกมาจากพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 โดยเริ่มแรกมีแกนนำเพียง 20 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กทั้งโรงเรียน ต่อมาในปี 2547 ทางโรงเรียนได้มีนโยบายให้เด็กนักเรียนทุกคนเข้ามาเป็นสมาชิก ทำให้มีสมาชิกที่เป็นนักเรียนมีจำนวนถึง 1,628 คน นอกจากนี้ยังมีสมาชิกสามัญเป็นครูในโรงเรียนจำนวน 73 คน และยังมีแม่ค้าแม่บ้านภายในโรงเรียนที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบอีกจำนวน 10 คน
เมื่อโครงการเริ่มมีความชัดเจนและสามารถเห็นผลที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กได้แล้วจึงได้มีการโหวตเลือกกิจกรรมที่สมาชิกอยากจะมีส่วนร่วมกันทำนอกเหนือจาก การร้อง เล่น เต้น วาด ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักประจำของทางศูนย์ ซึ่งผลการโหวตได้สรุปออกมาว่าสมาชิกอยากเรียนการทำหุ่นยนต์เพราะอยากได้มาเป็นของเล่นเนื่องจากไม่มีเงินที่จะไปซื้อมาเล่นสมาชิกหลายๆ คนจึงอยากจะลองทำหุ่นยนต์ด้วยตนเอง ทางโรงเรียนจึงได้ให้ อาจารย์ที่มีความสามารถทางด้านการทำหุ่นยนต์เป็นผู้ฝึกสอนให้กับเด็กจากโรงเรียนที่ประสบกับปัญหาเด็กสูบบุหรี่ และดื่มสุรามาจนวันนี้ กลับเป็นโรงเรียนที่สามารถเจียระไนเพชรให้เป็นเพชรเม็ดงาม เพชรสกลพัฒนทีมหุ่นยนต์ที่สร้างชื่อเสียงในระดับประเทศ กิจกรรมภายใต้แนวคิดในการดำเนินโครงการทูบีนัมเบอร์วันที่ช่วยปลุกเซลล์สมอง พัฒนาความคิด เสริมสร้างความสามัคคี พิชิตความเป็นหนึ่ง ให้กับเด็กไทยที่จะต้องเติบใหญ่ไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต...
ข้อมูลข่าวโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้าออนไลน์ ฉบับวันที่ 28 ธันวาคม 2551
สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่แนวหน้าออนไลน์.....คลิกที่นี่ค่ะ.....
Posted by STY Staff/Bungon Jitrungsri
Srithanya Hospital Library
Posted By: STY Library - Date :
28/12/2008
|
|