พระราชดำรัส"ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชน...
   วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ปี 2009 (World...
   17 ปี สถาปนา กรมสุขภาพจิต...
   บริบททางสังคมกับสุขภาพ...
   โรคเครียดส่งผลต่อผู้ป่วย...
  แม่โยนลูกโดดตึกดับ-เด็กรอด...
  วิธีลดความเบื่อชีวิตที่ซ้ำซาก จำเจ...
  ชายโรคประสาทควงมีดดาบทำร้ายตัวเอง ...
  ให้หารายการละคร ตลกฮาไม่หยุดมาดู ใ...
  เน็ตปฏิวัติชีวิตผู้คน สมัยนี้ทำงาน...

   เรื่อง : รู้จักโรคซึมเศร้า

รู้จักโรคซึมเศร้า
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข



คำถามต่อไปนี้จะถามถึงประสบการณ์ของท่านในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ท่านสำรวจตัว ท่านเองและประเมินเหตุการณ์ อาการหรือความคิดเห็นและความรู้สึกของท่านว่าอยู่ในระดับใด

1. รู้สึกจิตใจหม่นหมองหรือไม่ (เกือบตลอดทั้งวัน)
2. รู้สึกเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้
3. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
4. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่เคยชอบและเคยทำ
5. รู้สึกผิดหวังในตนเอง และโทษสิ่งที่เกิดขึ้น
6. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง
7. รู้สึกอยากอยู่คนเดียวไม่อยากสุงสิงกับใคร
8. รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า
9. คิดอะไรไม่ออก
10. หลงลืมง่าย
11. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ
12. ทำอะไรอืดอาด เชื่องช้ากว่าปกติ
13. รู้สึกอ่อนเพลียง่ายเหมือนไม่มีแรง
14. รู้สึกเบื่ออาหาร กินได้น้อยกว่าเดิม
15. นอนหลับๆ ตื่นๆ หลับไม่สนิท


ถ้าตอบว่า 'มี' ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป หมายถึง มีภาวะซึมเศร้า ควรได้รับบริการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา

โรคซึมเศร้าเป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นนั้นจะเป็นคนอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง เกิดได้ทั้งมีสาเหตุ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง และเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุใดๆ ซึ่งในปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการใช้ยา การรักษาทางจิตใจ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

จากรายงานการศึกษาของธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้วิจัยออกมาว่า ในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกอันดับที่ 2 รองลงมาจากโรคหัวใจหลอดเลือด เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตามสถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่เฝ้าจับตามองอันดับ 4 ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญ เพราะโรคซึมเศร้าเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก


สาเหตุของโรคซึมเศร้า

หากมีประวัติการเจ็บป่วยโรคนี้ในญาติของท่าน ก็เพิ่มการป่วยโรคนี้กับสมาชิกอื่นในบ้าน แต่ก็มิได้หมายความว่า จะเป็นกันทุกคน ปัจจัยที่กระตุ้นให้คนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ มีโอกาสเกิดอาการก็คือ ความเครียด แต่ทั้งนี้คนที่ไม่มีญาติเคยป่วยก็อาจเกิดเป็นโรคนี้ได้ มักพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีความผิดปกติของระดับสารเคมี ที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลย์ของอารมณ์

สภาพจิตใจที่เกิดจากการเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่ง ต่อการเกิดโรคซึมเศร้าเช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองมองตนเอง และโลกที่เขาอยู่ในแง่ลบตลอดเวลา หรือเครียดง่าย เมื่อเจอกับมรสุมชีวิต ล้วนทำให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสป่วยง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ปรารถนา ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้

สาเหตุที่จะกระตุ้นการเกิดโรคซึมเศร้าที่พบบ่อยก็คือ การมีทั้งความเสี่ยงทางพันธุกรรม ทางสภาพจิตใจ ประจวบกับการเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย ร่วมกันทั้ง 3 ปัจจัย

มีผู้ที่ฆ่าตัวตายมากถึงร้อยละ 60 ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยคนที่เป็นโรคนี้ เมื่อประสบกับความผิดหวังหรือปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ความรัก หรือการศึกษา ผู้ป่วยจะเกิดความคิดฆ่าตัวตายได้ง่ายกว่าคนปกติถึง 3 เท่า จากการสำรวจประชากรไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึงร้อยละ 5 หรือกว่า 3 ล้านคน ยังไม่รวมถึงคนที่ไม่รู้ตัวเองว่าป่วย และโรคนี้มีการถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมจากพ่อแม่สู่ลูกอีกด้วย

โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) มีปริมาณลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกท้อแท้ หงอยเหงา เบื่อหน่าย ไม่สนุกสนานกับชีวิต นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นกลางดึก ฝันร้ายบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบให้ความสามารถในการทำงานลดลง ซึ่งโรคนี้มีการถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมจากพ่อแม่สู่ลูกได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ป่วยจะต้องอยากฆ่าตัวตายเสมอไป ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและปัจจัยกระตุ้นด้วย


ลักษณะของคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามักจะชอบแยกตัวอยู่คนเดียว ย้ำคิดย้ำทำ เชื่องช้า ซึม เก็บตัว ชอบพูดเปรยว่าถ้าไม่มีเขาอะไรคงจะดี และพูดสั่งเสียอยู่เรื่อยๆ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการหนักราว 2-3 เดือน ถือเป็นช่วงอันตรายที่สุด เพราะมีโอกาสคิดสั้นฆ่าตัวตายสูงมาก หากมีเรื่องกระทบจิตใจเพียงนิดเดียว แต่ถ้าพ้นช่วงนี้ไปได้ก็จะกลับสู่ภาวะปกติซึ่งอาการของโรคจะกำเริบเมื่อไรไม่มีใครรู้ล่วงหน้าบางคน 1-2 ปี จึงจะออกอาการ บางคนเพียง 6 เดือนแต่ถ้ารู้ว่าตัวเองป่วยก็สามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการเข้าพบจิตแพทย์และกินยาตามที่แพทย์สั่ง


โรคซึมเศร้ากับปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น

ข้อมูลทั่วไปที่ได้จากการศึกษาวิจัยของกรมสุขภาพจิต ในการศึกษาปัญหาการฆ่าตัวตายในนักเรียนมัธยมปลาย ปี พ.ศ. 2547

จากการวิจัย เรื่องความคิดอยากฆ่าตัวตายของนักเรียนระดับมัธยมปลายและระดับ ปวช.ทั่ว กทม.พบว่ามีเด็กนักเรียน 1 ใน 10 คน มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย โดยเป็นเด็กระดับ ปวช.มากถึงร้อยละ 15.7 มากกว่านักเรียนระดับมัธยมปลายกว่าเท่าตัว ในจำนวนนี้สาเหตุของการฆ่าตัวตายมี 3 ปัจจัยหลัก คือโรคซึมเศร้าเกิดจากกรรมพันธุ์และความเครียดจากสภาพแวดล้อม การโดนทารุณกรรมในวัยเด็ก ซึ่งส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เด็กกลุ่มนี้จะชอบความท้าทาย กิจกรรมเสี่ยงต่อการเจ็บตัว อารมณ์รุนแรงควบคุมอารมณ์ยาก และการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะยาเคและสารระเหย

จากการสอบถามถึงปัญหาในเชิงลึกกับกลุ่มนักเรียนทั้ง 2 กลุ่มพบว่า กลุ่มนักเรียนอาชีวะมีปัญหาทางบ้านและเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มมัธยม โดยส่วนหนึ่งยอมรับว่า เคยถูกทารุณกรรมในวัยเด็กมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการถูกทุบตีอย่างไม่มีเหตุผล หรือการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งนี้ กลุ่มเด็กที่มีพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากที่สุด เพราะมีอัตราการทำร้ายตัวเองสูงอารมณ์รุนแรง ควบคุมไม่ค่อยได้ และมักไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาเมื่อลงมือทำไปแล้ว

กลุ่มเด็กที่ต้องเฝ้าจับตามองเป็นพิเศษคือเด็กที่มีอาการซึม ชอบเก็บตัว ร้องไห้ง่าย เบื่ออาหาร การเรียนตก มีประวัติทำร้ายตัวเองและใช้ยาเสพติด เพราะเด็กที่มีพฤติกรรมเหล่านี้บ่งบอกถึงอาการของโรคซึมเศร้า และมีปัญหาในชีวิต โอกาสที่จะตัดสินใจทำเรื่องรุนแรงต่อร่างกายเป็นไปได้สูงกว่ากลุ่มเด็กที่มีลักษณะปกติ อาจารย์และผู้ปกครองควรเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด

จากการสำรวจสุขภาพจิตและการใช้สารเสพติดของวัยรุ่นในสถานศึกษา ปี 2547 ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบนักเรียนระดับมัธยมปลายและ ปวช. มีภาวะซึมเศร้าถึงร้อยละ 16.41 หรือราว 1 ใน 6 คนจะมีภาวะซึมเศร้าโดยนักเรียนใน กทม.มีภาวะซึมเศร้าสูงสุดถึงร้อยละ 20.63 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17.28 ภาคใต้ ร้อยละ 15.60 ภาคเหนือ ร้อยละ 15.15 และภาคกลาง ร้อยละ 14.14 ซึ่งมีสาเหตุจากครอบครัวแตกแยก ปัญหาการเงิน และการเรียน

โรคซึมเศร้านั้นมักถูกมองข้ามเนื่องจาก

1. ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการทางร่างกาย ทั้งนี้เนื่องจากไม่ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และจิตใจของตนนั้น เป็นอาการของโรค.

3. ผู้ป่วยที่แพทย์พบในแต่ละวันนั้นมักป่วยด้วยโรคทางร่างกาย ดังนั้นการซักถามส่วนใหญ่จึงเน้นถึงอาการด้านร่างกายเป็นหลัก. ทำให้ปัญหาซึมเศร้าของผู้ป่วยบางรายอาจจะได้รับการตอบสนองเพื่อการรักษาตามอากการทางกายที่ปรากฎ เช่น ผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดต่างๆ อาทิปวดศรีษะ ปวดหลัง เป็นต้น

ความคิดอยากตาย หรือคิดฆ่าตัวตายนั้นพบบ่อยในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า. เมื่อศึกษาย้อนหลังในผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จพบว่าเป็นมีปัญหาซึมเศร้าถึงร้อยละ 45-64 ดังนั้นในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทุกรายต้องถามถึงเรื่องความคิดฆ่าตัวตาย เพื่อประเมินความเสี่ยงซึ่งมีผลต่อการพิจารณาแนวทางในการช่วยเหลือ.

การช่วยเหลือผู้ป่วยด้านจิตใจเบื้องต้น

ผู้ป่วยมักมีแนวคิดในแง่ลบ มองว่าตนเองมีอาการมาก, เป็นโรคที่รักษาไม่หาย หรือไม่มีใครเป็นแบบตน. การบอกอาการและการวินิจฉัยแก่ผู้ป่วยโดยเน้นว่าเป็นปัญหาที่พบได้ไม่น้อย แพทย์ผู้รักษาพบผู้ป่วยในลักษณะนี้อยู่เสมอ ๆ และเป็นโรคที่การรักษาได้ผลดี พบว่ามีส่วนช่วยผู้ป่วยมาก

ผู้ป่วยอาจแจ้งอาการทางร่างกายต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ, ใจสั่น, ปวดหลัง, ชา, ร้อนตามตัว ซึ่งแพทย์มักชี้แจงว่าตรวจร่างกายแล้วพบว่าปกติ อาการเหล่านี้เป็นจากผู้ป่วยคิดไปเอง. จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาที่เป็นต้นเหตุของอาการเหล่านี้จริง. พร้อมกันนั้นการมีแนวคิดในแง่ลบ, สนใจร่างกายตนเองมากกว่าปกติของผู้ป่วยทำให้ดูอาการมีมากขึ้น เมื่อโรคซึมเศร้าดีขึ้นอาการทางร่างกายเหล่านี้จะดีขึ้นตาม. ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยแจ้งอาการเหล่านี้ควรรับฟัง แสดงความเข้าใจ และอธิบายว่าเป็นอาการที่มักพบร่วมกับโรค จะดีขึ้นเมื่อรักษา

การพบญาติผู้ป่วยมีความสำคัญในสังคมไทย. นอกจากเพื่อประเมินอาการและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว การถามความคิดเห็นของญาติที่มีต่อผู้ป่วยโรค, ชี้แจงแก้ไขความเข้าใจผิด, พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ญาติในการช่วยเหลือผู้ป่วยนั้นมีความสำคัญมาก. ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาญาติหรือครอบครัว และญาติมักเป็นผู้ที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ในแต่ละครั้ง.

การรักษาด้วยยา

การรักษาหลักในปัจจุบันได้แก่การใช้ยาแก้เศร้า (antidepressants) โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ผู้ป่วยมีอาการมากอยู่ การทำจิตบำบัดบางชนิดพบว่าได้ผลในการรักษาพอ ๆ กันกับการใช้ยา โดยเฉพาะในรายที่อาการไม่รุนแรง แต่จะไม่กล่าวถึงในที่นี้เนื่องจากมุ่งเน้นการรักษาที่แพทย์ทั่วไปสามารถนำใช้ได้.

การรักษาแบ่งออกเป็นสามระยะตามการดำเนินโรค โดยการรักษาในระยะเฉียบพลันมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอาการของผู้ป่วย การรักษาระยะต่อเนื่องเป็นการคงยาต่อแม้ว่าผู้ป่วยปกติดีแล้วทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดกลับมาป่วยซ้ำ และในผู้ป่วยบางรายอาจต้องให้การรักษาระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดอาการป่วยซ้ำของโรค.


การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นอาการไม่ได้ดีขึ้นภายในวันสองวัน, ยาบางตัวมีฤทธิ์ข้างเคียงที่ผู้ป่วยทนไม่ได้ อีกทั้งต้องใช้เวลาในการรักษาอยู่หลายเดือน ทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งขาดการติดตามการรักษาไป. การให้ข้อมูลและคำแนะนำต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วย โดยเฉพาะเรื่องฤทธิ์ข้างเคียงของยา, ระยะเวลาที่อาการจะดีขึ้น รวมทั้งยาที่ให้นั้นมิใช่ยานอนหลับและไม่มีการติดยา.

ยาแก้เศร้าทุกตัวไม่ได้ออกฤทธิ์รักษาอาการซึมเศร้าทันที โดยทั่วไปจะเห็นผลหลังจากได้ยาไปแล้ว 1-2 สัปดาห์ ในบางรายอาจนานกว่านี้. อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นจากผลด้านอื่น ๆ ของยา เช่น หลับได้ดีขึ้น, เบื่ออาหารลดลง, ความวิตกกังวลลดลง เป็นต้น

ยาแก้เศร้าอาจแบ่งคร่าว ๆ ออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มที่มีโครงสร้างเป็นแบบ tricyclic และยากลุ่มใหม่ซึ่งสังเคราะห์ขึ้นมาในช่วงไม่นานมานี้.

ข้อดีของยาในกลุ่ม tricyclic คือ เป็นยาที่ใช้ในการรักษามานานจนทราบกันดีถึงอาการข้างเคียงของยาแต่ละตัว, ประสิทธิภาพเป็นที่ยืนยันแน่นอน ทั้งในการรักษาระยะเฉียบพลันและการป้องกันระยะยาว, และราคาถูก.

ประสิทธิภาพในการรักษาของยาแก้เศร้าแต่ละตัวนั้นไม่ต่างกัน ความแตกต่างอยู่ที่ฤทธิ์ข้างเคียง ซึ่งรวมถึงยาในกลุ่มใหม่ด้วยเช่นกัน ในการเลือกใช้ยาเราพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้ตามลำดับ

หากเป็นผู้ป่วยที่เคยป่วยและรักษาหายมาก่อน ประวัติการรักษาเดิมมีความสำคัญ โดยผู้ป่วยมักตอบสนองต่อยาตัวเดิม และขนาดเดิมที่เคยใช้ ดังนั้นจึงควรใช้ยาขนานเดิมเป็นตัวแรก

เกร็ดข้อควรจำกับคำถามที่มักเกิดขึ้นบ่อย

ยาที่รักษาอาการซึมเศร้ามักออกฤทธิ์โดยการไปเพิ่มระดับของสาร Serotonin ในสมองโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลของยาชัดเจน ดังนั้นเราจะต้องไม่ใจร้อน ถ้าอาการเศร้าของเรายังไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ก็จงกินยาต่อตามแพทย์สั่งเมื่อสองสัปดาห์ผ่านไปเราก็จะรู้สึกอาการดีขึ้น

เมื่อเริ่มมีอาการดีขึ้นแล้วสิ่งที่ต้องจำไว้ก็คือ จะต้องกินยาต่อเพราะอาการที่เริ่มดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าหายดีแล้วในสัปดาห์ต่อไปที่กินยาอาการของเราจะดีขึ้นอีกความรู้สึกเศร้าจะลดลง จิตใจจะแจ่มใสขึ้น แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเราควรจะปรึกษาแพทย์เพราะอาจจะต้องมีการปรับขนาดของยาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

1. จะหยุดยาเมื่อไหร่

แพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่าเราควรหยุดยาเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกถึงก็คือ ถ้าเราหยุดยาก่อนเวลาอันควรหรือก่อนที่ระดับ Serotonin ในสมองจะกลับสู่ปกติอาการซึมเศร้าก็อาจกำเริบได้ โดยทั่วไปแพทย์จะให้กินยาต่อประมาณ 4 – 6 เดือน หลังจากที่เริ่มมีอาการดีขึ้นแล้ว ดังนั้นถ้าเราจำเป็นจะต้องหยุดยาก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อน โดยทั่วไปไม่มีผลเสียใดๆจากการกินยาเป็นเวลายาวนาน

2. ข้อห้ามของการใช้ยา

การใช้ยารักษาโรคซึมเศร้านั้น จำเป็นต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยมีโรคทางกายอื่นๆ หรือกำลังกินยาชนิดอื่นอยู่ด้วย ดังนั้นเราควรแจ้งให้แพทย์ที่ดูแลทราบโดยละเอียดว่าเราป่วยเป็นโรคใดและกำลังกินยาชนิดใดอยู่บ้าง

3. ผลข้างเคียงของยา

ถ้าเรากินยาตามขนาดและเวลาที่แพทย์สั่ง ก็มักจะไม่พบผลข้างเคียงใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางคนอาจมีความไวต่อยาและเกิดอาการข้างเคียงบางประการในช่วงแรก เช่น อาจมีอาการ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับ เป็นต้น แต่อาการเหล่านี้จะหายไปภายในสองสัปดาห์เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ โดยทั่วไปอาการข้างเคียงมักเป็นไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ แต่ถ้าเราเกิดอาการไม่สบายขึ้นมาอย่างมากเราก็ควรจะปรึกษาแพทย์

4. ทำอย่างไรจึงจะไม่ลืมกินยา

ยาแก้อาการซึมเศร้าจะเกิดผลดีต่อเมื่อกินทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องไม่ลืมกินยา วิธีที่จะช่วยไม่ให้ลืมก็โดยวางยาไว้ในที่ซึ่งเรามองเห็นง่าย ( แต่ต้องระวังอย่าให้เด็กหยิบได้ ) และกินให้เป็นเวลา เช่นทุกวันหลังอาหารเย็น หรือหลังจากแปรงฟัน หรือก่อนเข้านอน เป็นต้น

ถ้าเราลืมกินยาตามเวลา ก็ให้กินยาทันทีที่นึกได้ และกินมื้อต่อไปตามกำหนดเดิม แต่ถ้าวันไหนเราลืมกินยาก็ไม่ต้องเพิ่มขนาดในวันต่อไป แต่ให้กินตามขนาดและเวลาเดิม

5. จะมีอาการซึมเศร้าอีกไหม

คนบางคนอาจมีอาการซึมเศร้าเพียงหนึ่งหรือสองครั้งในชั่วชีวิตแต่บางคนก็อาจมีอาการหลายครั้ง ผู้ที่มีอาการมาหลายครั้งแล้ว ก็มักจะมีอาการซึมเศร้าครั้งใหม่ในเวลาไม่นานนัก

เนื่องจากโรคซึมเศร้ามักมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต สัมพันธภาพ การงานและการศึกษาเล่าเรียนมาก แพทย์อาจแนะนำให้เรากินยานานกว่า 6 เดือน เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีอาการกำเริบอีก ดังนั้นเราควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด


*************************************

ที่มาของข้อมูล: คู่มือโรคซึมเศร้า, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข หน้า 35-42


ผู้แต่ง: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข - dmhstaff@dmhthai.com - 15/5/2007

   ความคิดเห็นจากคุณ pal

ผม มีอาการครบทุกข้อครับ ตอนนี้คนที่รัก แต่งงานกับคนที่เราเกลียด
มาเรียน ต่อระดับป เอก ก็ ได้รับการกลั่นแกล้งจากอาจารย์ ผู้สอน จนสอบไม่ผ่าน

โกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ ผมไม่ออกจากห้องพักเป็นเวลาครึ่งเดือนแล้ว เรื่องฆ่าตัวตาย คิดเสมอ จนรู้สึกคุ้นเคยเสียแล้ว
อาศัยเหล้า ก็ทำให้ กล้าเข้มแข็งได้ชั่วคราว
อยากจะพ้นจากสภาพนี้ แต่ไม่กล้าที่จะไปเผชิญกับความจริง เหนื่อย จนไม่อยากทำอะไร คุยให้ใครฟังก็ไม่ได้เพราะ ทุกคนต่างคิดว่าเราเข็มแข็ง ไม่มีใครกล้าแนะนำ


  : bpalakorn@yahoo.com ::  16/5/07 02:35

   ความคิดเห็นจากคุณ ทราย

มีอาการครบทุกข้อ แฟนที่คบกันมา 10 กว่าปีจนจะแต่งงานกันปีหน้าตีตัวออกห่าง อยู่กับพ่อแม่ แต่ไม่สามารถแสดงอาการป่วยอะไรได้สักอย่างไม่ว่าปวดหัว ปวดท้องเพราะนั้นทำให้พ่อแม่วิตกกินไม่ได้นอนไม่หลับไปด้วยทุกวันนี้ต้องทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่อ่อนแอมากอยากฆ่าตัวตายให้พ้นๆ แต่ยังมีห่วงคือพ่อ แม่ เลยต้องทนอยู่ไม่กล้าไปหาหมอกลัวพ่อแม่รู้เดี๋ยวเครียดไปกับเราเพราะเค้ากรอกหูอยู่ทุกวันว่าหนูเป็นอะไรแม่กับพ่อก็เครียดไปด้วยหนูต้องไม่เป็นอะไรต้องเข้มแข็งถ้าม่อยากให้พ่อแม่ไม่สบายใจ

  : zine_oranuch@hotmail.com ::  16/5/07 21:17

   ความคิดเห็นจากคุณ ...

ทำอะไรคิดถึงคนข้างหลังด้วยนะค่ะ ปล่อยวางค่ะ.. ต้องทำให้ได้.. เป็นกำลังใจนะ...

  : pomkt@chaiyo.com ::  17/5/07 00:55

   ความคิดเห็นจากคุณ Error

คนที่ฆ่าตัวตาย บาปมาก ต้องฆ่าตัวตายไปอีก 10 ชาติ
คนฆ่าตัวตายนั้นโง่มาก...
คนมีปัญญาต้องพยายามหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น
เรามีอาการมากกว่า 6 พึ่งรู้ว่า ร้อนตามตัวก็รวมด้วย
แต่เราไม่คิดว่าเราเป็นซึมเศร้า...แค่เราเครียดเฉยๆ...


  : boom-sky@hotmail.com ::  17/5/07 02:38

   ความคิดเห็นจากคุณ แม่คนหนึ่ง

รู้ตัวว่าเป็นแต่ไม่รู้จะปรึกษาใครสามีทำงาน อยู่บ้านเลี้ยงลูก สองคนไปโรงเรียน อีกคน 2 ขวบ บางที อยากร้องไห้อกมาซะอย่างงั้น มีหน้าที่เป็นแม่บ้าน จะไปหาหมอก็ห่วงลูก ห่วงสามี คิดอะไรไม่ออกเลยค่ะ

  : tunsomkit@hotmail.com ::  19/5/07 02:15

   ความคิดเห็นจากคุณ คุณอัญ

ฝากถึงคุณแม่คนหนึ่งค่ะ พอดีเปิดมพาเจอ เข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดีเพราะเป็นคุณแม่ลูก2 ออกจากงานอยู่บ้านเลี้ยงลูกมา5ปีแล้วค่ะ หน้าที่ของการเป็นแม่และภรรยาอยู่บ้านเลี้ยงลูกเป็นงานที่เสียสละที่หนักอึ้งมากๆ ต้องหาคนที่สนิทพอที่จะพูดคุยระบายความรู้สึกได้บ้างก็จะช่วยได้น่ะค่ะ หรือหาอะไรทำที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันเดิมๆ เข็มแข็งอดทนหน่อยน่ะพอลูก2ขวบเข้าร.ร.เราก็พอจะมีเวลาเป็นของตัวเอง ได้ทำอะไรที่เรารักบ้าง เชื่อว่าคุณจะต้องผ่านพ้นความทุกข์ช่วงนี้ไปได้อย่างแน่นอน เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ(ตอนนี้ตัวเองก็ต้องต่อสู้กับช่วงชีวิตที่หนักๆอยู่เหมือนกัน)

  : anchalee88@yahoo.com ::  20/5/07 00:54

   ความคิดเห็นจากคุณ มาย

หนูเคยคิดว่าปัญหาของหนูหนักหนาที่สุด ไม่อยากอยู่บนโลกนี้ แต่พอเห็นหมาขี้เรื้อนทีรัย อดอายมันไม่ได้ค่ะ เพราะยังไม่เคยเหนมันฆ่าตัวตายเลย ถ้าท้อเมื่อรัย ก้อคิดอยู่เสมอค่ะว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเราเยอะ

  : eyemo_15@hotmail.com ::  20/5/07 01:08

   ความคิดเห็นจากคุณ ครูหน่อย

โรคซึมเศร้า คือ การคิดมากไปเอง
เราก็คนธรรมดา เหมือนคนอื่นๆ ในเมื่อเรามองคนอื่นก็ไม่เห็นมีใครเพอเฟ็คสักคนเลย แล้วเราเป็นใคร ทำไมต้องสมบูรณ์ทุกอย่างล่ะ ย่อมมีส่วนบกพร่องบ้าง และก็ต้องมีศักยภาพบางอย่างในตัวอยู่แน่นอน
..ยินดีรับฟังค่ะ...

  : kru_noissy@yahoo.com ::  21/5/07 10:22

   ความคิดเห็นจากคุณ Error

ฉันมีอาการแบบนี้ทุกอย่าง ฉันเคยคิดฆ่าตัวตายเมื่อมีปัญหาตอนทะเลาะกับแฟน มันรู้สึกเสียใจมากที่สุด
ฉันเคยปฏิบัติธรรมมานะ พยายามดูตัวเองว่าเป็นอะไร
แต่ก็อดเสียใจไม่ได้ ฉันเคยทำร้ายตัวเอง ฉันร้องไห้จนปวดหัวแล้วก็หลับไป เป็นอย่างนี้บ่อยเวลามีใครมาขัดใจโดยเฉพาะแฟน หรือคนที่ฉันรัก มีใครแนะนำให้ฉันบ้างไหมว่าฉันควรทำอย่างไรดี แฟนฉันเคยบอกให้ไปหาหมอโรคจิต แต่ฉันรู้สึกโกรธเค้า และเค้าก็ไม่ยอมฉันเหมือนกันเค้าบอกว่าถ้าคิดจะอยู่ด้วยกันต้องไปหาหมอ เค้าบังคับให้ฉันไปหาหมอค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ

  : wan.wu.@chaiyo.com ::  23/5/07 03:37

   ความคิดเห็นจากคุณ ya

มีอาการครบทุกข้อปัจจุบันอยู่กับสามาแต่ไม่สามีไม่พูดด้วยมา2-3เดือนแล้วเวลาอยุ่ในห้องต่างคนต่างอยู่เคยขอคุยปันหากันแต่ไม่เคยดีขึ้นเครียดมากเคยคิดฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง อยากพบจิตแพทย์ ทำยังไงค่ะ

  : nongya759514@hotmail.com ::  24/5/07 13:04

   ความคิดเห็นจากคุณ ทิพย์

สำหรับทุกคนที่มีปัญหา ให้ไปพบหมอที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยาก็ได้นะคะ อยู่แถวคลอสาน แถวรพ.ตากสินน่ะคะ
ดิฉันก็เป็นคนไข้ที่นั้น เป็นซึมเศร้ามา 6-7 ปีแล้ว ก็ทานยาตลอดไม่เลย อาการดีขึ้นมาก ตอนนี้ทำงานได้ตามปกติแล้วคะ คุณๆ ที่อยากฆ่าตัวตาย ให้ไปพบเจ้าหน้าที่พยาบาลได้นะคะ เจ้าหน้าที่ดูแลดีมากๆ เลยคะ เค้าจะเข้าใจแล้วก็ทำให้เราสบายใจขึ้นมากเลย ดิฉันเคยเข้ารับการรักษาตัวที่รพ.ด้วยนะคะ ปัจจุบันอยู่กับครอบครัว ลูกและสามี มีความสุขมากคะ ...ขอบคุณรพ.สมเด็จเจ้าพระยามากเลยค่ะ ...

  : tip@bangkokidea.com ::  30/5/07 00:17

   ความคิดเห็นจากคุณ น้องมุก

สู้ตายค่ะ

  : aaaaaaa@saiamza.com ::  2/6/07 07:00

   ความคิดเห็นจากคุณ น้องมุก

เราต้องรู้ว่าตัวเรามีค่า นับถือตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง ที่สำคัญศรัทธาต่อคนอื่นด้วย

  : aaaaaaa@saiamza.com ::  2/6/07 07:06

   ความคิดเห็นจากคุณ ร่วมทุกข์

ทำอะไรผิดพลาดไว้เยอะอยากกลับไปแก้ไข รู้สึกตัวเองเป็นคนไม่มีสังคม ชีวิตเป็นวัฎจักรวนเวียนน่าเบื่อ

  : rut_oper@hotmail.com ::  4/6/07 22:51

   ความคิดเห็นจากคุณ sorn

ผมคิดว่าเมื่อมีการร่วมแสดงความคิดเห็น กรมสุขภาพจิตน่าจะช่วยตอบบ้างนะครับเพื่อเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเพราะว่ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ป่วย ถ้าไม่ตอบก็ไม่มีประโยชน์อะไร จริงใหมครับ ทั้งๆที่ใครก็ไม่อยากเป็นโรคเกี่ยวกับทางจิต เพราะว่ามันทรมานขนาดใหนถ้าคนที่ไม่รู้ลองถามผู้ป่วยเองก็แล้วกัน

  : pinusorn@yahoo.com ::  6/6/07 00:23

   ความคิดเห็นจากคุณ อรรณี

ตอน5ขวบ ดิฉันเอาผ้ามัดคอตัวเองให้แน่น มากขึ้นๆ บ่อยๆ เล่นกั้นลมหายใจหวังให้ขาดใจตาย ไม่มีเหตุผลไม่รู้เป็นอะไรในตอนนั้น ถามตัวเองว่า "ทำไมต้องเกิดมาไม่เห็นมีความสุขเลยสักนิด" จนอายุ25 ปีคุณพ่อบอกเชิง
อ้อนวอนให้รักษาโรคนี้กับ ซึ่งคุณพ่อก็รักษากับท่านมาก่อน
อาจารณ์หมอท่านหนึ่งชื่อจักรกฤษ(ขออภัยหากสะกดชื่อท่านผิด) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ดิฉันก็ยอมไปโดยไม่รู้ตัวเองเลยว่าตนเองนั้นป่วย รู้สึกแต่เพียงว่าไม่มีความสุขเลย จำไม่ได้ว่าความสุขครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อใด ตอนนี้อายุ37แล้วมีการศึกษา หน้าตา รูปร่างยังสวย แต่ไม่มีสามีเพราะสงสารคนที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเรา ได้ย้อนกลับไปคิดว่าตัวเองเป็นอย่างไร ต้องการความรักอย่างมากๆจากทุกคน โมโหร้าย ทำร้ายตัวเอง ตอนที่ไม่ได้ในสิ่งที่หวัง หรือเสียใจ จนกระทั้งคิดว่าทำร้ายคนที่ทำให้เราเสียใจดีกว่า อาคาต ไม่มีคำว่าอภัย จำและคิดแต่ในแง่ลบตลอดเวลา แต่ตอนนี้ดิฉันมีความสุขมากขึ้น หลังจากการรักษาด้วยยา และบำบัดจิตเป็นบางครั้ง อยากบอกทุกท่านที่เป็น หรือมีความทุกข์โดยไม่มีสาเหตุ อย่าอายที่จะรักษา ตอนแรกดิฉันอายมากตอนนั่งรอคุณหมอตรวจ ต้องนั่งอยู่กับคนป่วยที่ด้วยกัน บางคนก็เป็นมากกว่าเราอีก อย่าอายนะคะ ถ้าคุณเป็นโรคนี้ ไม่ใช่แค่คุณที่ทุกข์ เศร้า แต่คุณกำลังสร้างคนกดดันให้กับคนที่คุณรักและรักคุณ ค่ะ

  : ohopome@hotmail.com ::  6/6/07 07:44

   ความคิดเห็นจากคุณ vinny

ทำอย่างใดกับกลุ่มคนที่มีจิตใจอำมหิต ชอบทำร้ายจิตใจคนอื่นด้วยการกลั่นแกล้งทางการงาน กระเนะกระแหน
ประชดประชัน แทนการพูดจาแบบตรงไปตรงมา

  : vsopin@hotmail.com ::  6/6/07 21:07

   ความคิดเห็นจากคุณ NongBua

มีอาการครบทุกข้อ นอกเหนือไปจากนั้น คือ
ไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ เวลามีคนถามว่าหนังสนุก อาหารอร่อยไหม ฉันมักจะตอบว่าไม่รู้
เวลานอน นอนไม่หลับ แต่พอหลับแล้ว จะไม่อยากตื่น
แต่ฉันไปหาหมอไม่ได้ เพราะไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า

  : nilubol_t@hotmail.com ::  7/6/07 22:54

   ความคิดเห็นจากคุณ กำลังใจ

คนพุทธมีความเชื่อที่ว่า ทุกคนเกิดมาเพื่อใช้กรรม เมื่อใดที่กรรมมาเยือน จงหาญกล้าที่จะต่อสู้กับมัน เมื่อมาถึงจุดสุดท้าย ทุกอย่างจะคลี่คลาย เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี

  : dearJub@hotmail.com ::  8/6/07 18:21

   ความคิดเห็นจากคุณ 123

ชอบบริการ 1667 ที่ทางกรมสุขภาพจิตจัด เวลามีปัญหาแล้วชอบเข้าไปฟังในหัวข้อต่าง ๆ เคยมีปัญหาเศร้าหมองไม่สามารถจะปรึกษาใครได้ เพราะคงไม่มีใครอยากจะรับฟังปัญหาของใครมากมาย จนทำให้นอนไม่หลับ พอลองเข้าไปฟังแล้วทำให้คิดได้แต่ นอนหลับ มีประโยชน์มากคะ ขอบคุณมากนะคะ

  : 123@yahoo.com ::  14/6/07 05:04

   ความคิดเห็นจากคุณ jbmd

ตอนนี้ฉันอายุ 18ค่ะ ฉันเป้นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงจะทำไงดี


  : ball_mylove@hotmail.com ::  19/6/07 20:20

   ความคิดเห็นจากคุณ pomarri

แปลกจังเลยเนอะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่มีอาการแบบเดียวกันกับเราด้วยเหรอ แต่เราไม่เคยคิดฆ่าตัวตายนะ เพียงแค่อยากออกไปจากบ้านหลังนี้ รู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นที่ไม่ชอบใจของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ทุกคนเป้นห่วง แต่เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของเราเลย ว่าเราเจออะไรมาบ้าง มีแต่จะว่า ไม่เคยรับฟัง ไม่เคยคิดหรือจะปล่อยให้ไปไหน ไปทำอะไร จะคอยซ้ำเติมอยู่ตลอดเวลาว่าเรานะทำไม่ได้หรอก ทั้งที่เราองนั้นปกติทุกอย่างจนกระทั้งว่าเราเป้นอบบนี้ เป็นฌรคซึมเศร้าต้องเก็บกดทุกอย่าง มีอะไรก้อไม่เคยพูดเลย ว่าเจออะไรบ้าง เพราะสิ่งที่ทุกคนและเห็นคนใกล้ตัวเป็นคนดีเสมอ แต่เขาไม่รู้หรอ กคนดีของเขานั้นร้ายยิ่งกว่าอีก รู้ไหมว่าเรานั้นต้องใส่หน้ากากเสมอเลย เวลาคุยกับญาติพี่น้อง เรามักร้องไห้อยู่เสมอกับเรื่องที่เราไม่เคยพูด และพูดแล้วเขาก้อเราเป้นต้นเหตุ ทำอย่างไร เราถึงจะหลุดพ้นตรงนี้นะ ช่วยบอกหน่อยได้ไหม จะทำงานก้อไม่ให้ทำ ให้อยู่บ้าน แปลกนะ เราจะเศร้าบ้างแต่ก้อไม่คิดว่าตัวเองจะเป้นเหมือนกัน จนหมอให้ยามากิน เพิ่งจะเริ่ม เป็นเนี้ยนะ คนเราชีวตไม่แน่นอนเอาเลยนะ

  : pom_prae@hotmail.com ::  20/6/07 21:04

   ความคิดเห็นจากคุณ เพื่อนแพง

เป็นซึมเศร้ามาตั้งแต่ต้นปี 47 จำได้ว่าวันที่ 13 มกราคม 47 ตื่นเช้ามาปกติ แต่พอตอนเย็นและคืนนั้นกลับมีอาการครบทุกข้อ มันฉับพลันมาก เหมือนโลกถล่ม ไปรักษาทีโรงพยาบาลเองจนหาย หลังจากนั้นก็มีอาการทุกเดือนมกราของทุกปี กินยาจนถึงเดือนมิถุนาก็จะดีขึ้น มันเป็นวัฏจักรไม่มีสิ้นสุด จนตอนนี้เหมือนว่าจะชินแล้ว ทุกวันนี้ก็ต้องทำงาน ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แม้ว่าจะทรมานเราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป จะตายไม่ได้ ร้องไห้อยู่นานจนทุกวันนี้ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว อยากฆ่าตัวตายทุกวัน คงต้องเป็นแบบนี้ไปจนหมดอายุขัย ช่วยด้วย!

  : peunpang@hotmail.com ::  26/6/07 03:38

   ความคิดเห็นจากคุณ m.

เว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิตมีประโยชน์มากเลย การดูแลร่างกายอย่างเดียวไม่เพียงพอต้องดูแลสภาพจิตใจด้วย เพราะฉะนั้นบางคนที่เค้าเข้าพบจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าคนๆนั้นสติไม่ดี บางครั้งเค้ามีเรื่องคับข้องใจที่อยากจะหาที่พึ่งเท่านั้นเอง สังคมไทยยังไม่เข้าใจไม่เหมือนกับต่างประเทศที่เค้ามองว่าเป็นเรื่องปกติ และที่ว่าคนที่เค้าคิดฆ่าตัวตายคือคนโง่ ความจริงไม่ใช่เลยแค่เค้าไม่มีทางออกหรือมีความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่หลั่งออกมาเท่านั้น

  : m-key18@thaimail.com ::  28/6/07 02:22

   ความคิดเห็นจากคุณ bb

เราไม่อยากตื่นขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างในชีวิตมันแย่มาก ทำไมมันผิดไปซะทุกอย่าง เรามันแย่เอง ไม่โทษใครเลย อยากจะจบๆไปซักที แต่ก็ห่วงพ่อแม่ ถ้าไม่ติดที่พ่อแม่ก็คงจะจบมันง่ายกว่านี้ ไม่อยากจะทรมานอีกต่อไปแล้ว เรารู้ว่าการฆ่าตัวตายมันบาป และ เป็นสิ่งที่โง่มาก แต่มันไม่ไหวแล้ว ถ้าอยู่แล้วทรมานอย่างนี้ก็ไม่อยากจะอยู่ ไม่อยากที่จะเป็นคนที่น่ารังเกียจต่อไปแล้ว ไม่อยากจะให้ใครเห็นน้ำตา ไม่อยากจะอ่อนแอ มันแย่มากเลยในตอนนี้ ใครก็ได้ช่วยที

  : Ida_fern@hotmail.com ::  29/6/07 05:33

   ความคิดเห็นจากคุณ nawara

เป็นมา เกือบ 10 ปี ทานยามาตลอด เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ตอนนี้ตกงานด้วย หางานทำไม่ได้ อายุมากไปไม่มีใครรับ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าสิ้นดี ไม่อยากเจอหน้าใคร อายเวลามีคนถามว่า ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ กลุ้มใจมาก ยากตายคะ

  : nawara_363@yahoo.com ::  2/7/07 07:58

   ความคิดเห็นจากคุณ นานา

ตอนพี่สาวเป็นโรงชคอะไรไม่รู้แต่คิดว่าเป็นโรคปราสาทหรอน หรือโรงจิต อันดับแรก พี่สาวบอกว่ามีวิณญานพ่อมาหา
มีคนมากระซิบข้างว่าตัวเองไม่ดี และก็กำรูปพ่อและรูปของน้องสาวอยู้ตลอด และบอกให้ทุกคนสวดมนให้เขา แต่ฉันคิดว่าต้องเป็นยาลดความอ้วนแน่ แต่ตอนนี้ไม่รู้จะทำไง ต้องพาไปบหาหมอ แต่เขาไม่ไป ๅ
!!!!ช่วยด้วยจะทำไงต่อ นี้คือเรื่องจริง!!!!!

  : ืnam_jdjd@yahoo.com ::  6/7/07 22:38

   ความคิดเห็นจากคุณ ก.ไก่

หลานอายุ 23ปีแล้ว เค้ามีปัญหาควบคุมอารมณ์ไม่ได้เวลาโกรธ ถ้าไม่โกรธก็อยู่ได้แต่ท่าทางไม่ค่อยมีความสุข ทำยังไงดี ต้องปรึกษาหรือรักษายังไง

  : tai_teekaitaitar@hotmail.com ::  10/7/07 09:21

   ความคิดเห็นจากคุณ JJ

เป็นเหมือนกันค่ะตอนนี้ แต่ถามว่าอยากฆ่าตัวตายมั้ย ไม่ค่ะ เพราะเรารักลูก เราเป็ฯห่วงลูกกลัวว่า ถ้าเราไม่ได้อยู่ดูแลลูกจะมีคนอื่นมารักแกลูก ไม่มีใครปกป้องลูก ตอนนี้เศร้ามากค่ะชีวิต มันคงเป็นกรรมที่เคยทำมาเมื่อชาติก่อน ชาตินี้เลยต้องมาดลใจหรือว่าบังคับให้ทำผิด ให้โดนลงโทษ สังคมลงโทษ ที่แย่มากก้อคือสามีลงโทษ เรายินดีรับโทษนะ ทีทำผิดไป แต่เราก้ออยากหาใครสักคนที่เราสามารถพูดคุยด้วยได้ อย่างเช่นจิตแพทย์ อยากให้คุณหมอช่วยรักษาเยียวยาโรคซึมเศร้านี้ แต่ก้อไม่รู้ว่าจะไปหาหมอที่ไหนดี ค่าใช้จ่ายก้อแพง เราไม่มีเงินไปหาหมอหรอก เพราะตอนนี้เราไม่มีเงินเลย เศร้าค่ะ

  : rakstiew@hotmail.com ::  11/7/07 22:14

   ความคิดเห็นจากคุณ Moo

เริ่มจะรู้ตัวเองว่าป่วย เพราะไม่มีคนให้ปรึกษา ไม่มีเพื่อนที่จริงใจ และไม่ไว้ใจใคร ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวตั้งแต่อายุ 14 และตอนนี้ 27 แล้ว เป็นคนที่ไม่เชื่อหมั้นในตัวเอง และไม่กล้าเข้าสังคม ไม่กล้าที่จะพูดและออกความคิดเห็น ไม่รู้จะยังพูดยังให้ดูมีการศึกษา ตลอดระยะวเลาที่ผ่านมาสิ่งที่ใฝ่ฝันมากที่สุดคือ เงิน มันคือปัญหา และทำให้ฉันอยากยตาย ฉันเคยยืนมองความสูงจากห้องพัก แต่ฉันไม่คิดว่ามันสูง สำหรับฉัน ฉันคิดที่ว่า ช่วงระยะเวลาที่เหลือต่อนี้ คือกำไรของชีวิต ฉันได้เริ่มต้นชีวิตใชหม่ที่ต่างประเทษ เฮ้ย! ! แต่มันก็ยังเหมือนเดิมอีกแหละ!

  : arun_th13@hotmail.com ::  15/7/07 00:37

   ความคิดเห็นจากคุณ อาร์ต

ผมเองก็เป็นเหมืนกันครับผมเป็นทุกๆข้อเลยครับผมเครียดกับชีวิตตัวเองที่ไม่มีอะใรดีซักอย่างในตัวเลยรู้สึกใร้ค่าอยู่ตัวคนเดียวหม่นหมองชีวิตนี้อยู่ไปก็ไม่มีอะใรดีๆเกิดขึ้นผมเกิดมาก็ไม่มีพ่อมีแต่แม่คนเดียวแม่เคยเล่าให้ผมฟังว่ายายได้ฆ่าตัวตายไปตั้งแต่แม่ยังเด็กยายใด้สั่งเสียใว้กับแม่เรียบร้อยแล้วก่อนที่แกจะจากไปอย่างเป็นทางการโดยทานยาพิษ"ผมเองก็อยากจะไปหายายเหมือนกันปัจจุบันนี้ผมอายุ17ปีผมเคยซือยาพิษมาทานบ่อยครั้งเหมือนยายเเต่ไม่เคยสำเร็จสักทีผมเบื่อชีวิตตัวเองที่ต้องเป็นตัวสังคมรังเกียจในตัวผมไม่มีอะใรดีสักอย่างตั้แต่หัวจรดเท้าแม้กระทั่งนิสัยผมเบื่อที่จะต้องเกิดมาทรมารแบบนี้ผมขอตายซ๊ะดีกว่าปัจจุปันนี้กำลังใจของผมทีมีสู้ต่อไปนี้คือ"สักวันหนึ่งผมต้องตาย"ผมย้ำคิดย้ำบอกกับตัวเองเสมอว่า"หากครอบครัวผมไม่มีผมอยู่ซักคนคงจะมีอะใรดีๆเกิดขึ้นผมมันเป็นตัวสังคมรังเกียจปัจจุปันนี้ผมใช้ชีวิตอยู่บ้านพักที่เชียงใหม่ลุงผมฝากงานราชการที่เชียงใหม่ให้แต่ผมก็ยังรู้สึกด้อยไปกว่าคนอื่นอยู่ดีผมมันคนเลวถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาถึงตอนเด็กผมคิดว่าโตขึ้นจะเรียนให้จบสูงๆแล้วสอบบรรจุเข้าทำงานราชการแต่ตอนนี้ผมใด้มาถึงปลายทางแล้วผมมีครบหมดแล้วแต่ปัจจุบันนี้ผมไม่ต้องการสิ่งนั้นเลยสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดตอนนี้คือความตายเท่านั้นผมพึ่งเรียนจบม.6มาพฤษภา50นี้มันก็ไม่สูงนักจบจากโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในกรุงเทพผมมีเพี่อนรักของผมอยู่คนนึ่งคนเดียวที่เราสนิดกันมากที่สุดไปใหนไปด้วยกันรักกันมากๆ(ถ้าคุณผู้อ่านทุกท่านยังจำพลาดหัวข้อข่าวที่ว่า"พบศพเด็กชายวัย14ปี"นั้นแหละคือเพื่อนรักของผมเองเสียชีวิตเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม2548"อ๊อฟ"นาย วิทวัส
กาลจันทร์"เหตุเกิดขึ้นที่อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อนผมแขวนคอตายที่สวนหลังบ้านเขาเป็นคนหน้าตาดีนิสัยจะเหมือนผมเป็นคนเก็บเงียบไม่ค่อยออกความคิดเห็นจากนั้นผมทำใจไม่ใด้ที่เพื่อนผมต้องมาตายจากไปทั้งที่พึ่งจะคุยกันอยู่ในวันศุกร์ตอนเย็นพอวันเสาร์มาผมนั่งดูข่าวช่อง7อยู่ดีๆก็ออกข่าวว่าอ๊อฟเพื่อนสนิทผมต้องมาตายจากไป"และในปัจจุปันนี้ผมเองก็เข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของคนใร้ค่ามันเป็นอย่างใรเพราะว่ามันเกิดขึ้นกับตัวผมเองบ่อยมากผมเคยยืนมองจากหอพักชั้น5มันไม่สูงเลยสักนิดเลยผมกับมาคิดดูว่าผมตกลงไปมันจะตายใหมน๊ะถ้าไม่ตายผมก็จะไม่โดดผมเคยฆ่าตัวตายมาตอน12ขวบแล้วโดยการกินยาพาราเป็นกำเลยแต่ก็ไม่มีอะใรเกิด"แม่เคยเล่าให้ผมฟังว่ายายผมแกจากไปโดยการฆ่าตัวตายกินยาพิษ"ปัจจุบันนี้ผมรู้สึกตัวเองใร้ค่าตัวเองไม่เคยมีอะไรดีในตัวเลยสักนิดเดียวผมนอนหลับๆตื่นๆผมไม่อยากที่จะตื่นมารับรู้อะใรบนโลกนี้อีกต่อไปแล้วทำไมคนเลวๆอย่างผมมันไม่ตายผมอยากตายแต่มันกับไม่ตายกับคนดีๆที่เขาไม่อยากตายแต่เขาก็ตายผมคิดว่าตัวผมเองเกิดมาแล้วเสียชาติเกิดเป็นเกย์อีกทำใมผมต้องมาเป็นแบบนี้ด้วยผมไม่เข้าใจเลยทำไมผมถึงไม่ใช่ผู้ชาย100%ผมไม่เคยภูมิใจในตัวผมเลยสักนิดผมอยากตายให้พ้นๆผมไม่อยากอยู่ต่อไปแล้วปัจจุบันนี้นสิ่งที่ผมมุ่งหวังมากที่สุดคือสักวันผมต้องตายให้ใด้ตอนนี้ผมกำลังเก็บเงินเพื่อที่จะซื้อปืนอยู่ครับหรือถ้าใครมีจะขายก็โทรมาคุยกับผมใด้น๊ะครับขอแบบยิงนัดเดียวแล้วล่วงเลยครับผมอยากใด้มากๆเลยครับ ผมคนหมดอายุ ใร้ค่า อาร์ตครับผมหวังว่าสักวันหนึ่งผมต้องตายให้ใด้นี้เบอร์ผมน๊ะครับ0871382106-สูนแปดเจ็ดหนึ่งสามแปดสองหนึ่งสูนหก

  : ไม่มีเมล@hotmail.com ::  18/7/07 09:16

   ความคิดเห็นจากคุณ ตูน

ผมรู้สึกว่ามันแปลกแต่จริงครับ เนื่องจากลูกผมพูดได้ปรกติแต่ไป รร ไม่ยอมพูดกับเพือนและคุณครู เคยไปหาหมอแล้วที่ ศิริราชสักหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้ผล ไม่รู้เป็นเวชกรรมอะไร แต่กับมาบ้าน ก็ปรกติ ทะเลาะกันเกือบทุกวันแต่ไม่รุนแรงถึงขึ้นลวโทษกันแต่อย่างไร ได้แต่เที่ยงกันพอสมควร พอเอ่อ จะไปหาหมออีกนะ ตอบทันควันเลย ไม่ยอมไป ถ้าท่านใดมีความคิดเห็น ช่วยแนะนำกันบางนะครับ รับฟังได้ทุกเรื่องและยินดี รับความคิดเห็น

  : sr08785@truemail.cc.th ::  19/7/07 07:26

   ความคิดเห็นจากคุณ The Moon

การมาปรึกษาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มีอาการซึมเศร้า เพราะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ และรักตัวเองให้มาก ไม่ต้องรอให้คนอื่นมารักหรือรอความรักจากใคร ถ้ารักตัวเองก็ควรดูแลตัวเอง

  : sijal@hotmail.com ::  14/10/07 05:20

   ความคิดเห็นจากคุณ The Moon

การมาปรึกษาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มีอาการซึมเศร้า เพราะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ และรักตัวเองให้มาก ไม่ต้องรอให้คนอื่นมารักหรือรอความรักจากใคร ถ้ารักตัวเองก็ควรดูแลตัวเอง

  : sijal@hotmail.com ::  14/10/07 05:21

   ความคิดเห็นจากคุณ เครียด

เราก็เป็น

ปัญหาของเรามาจากครอบครัวล้วนๆ ความแตกแยก ความกดดันจากครอบครัว

หลายครั้งที่เราเดินหนีออกมาแล้วระบายอารมณ?คนเดียวกับข้าวของ โดยที่บางทีไม่ได้ตั้งใจให้รุนแรง แต่เพราะไรไม่รู้ถึงมีแรงเยอะ ขนาดที่ว่าไม่เข้าใจตัวเอง หลายครั้งที่กรี๊ดๆๆๆใส่หมอน เพื่อเป็นการระบาย

บ้านของเรา น่าอึดอัดมาก ... ครอบครัวทำธุรกิจแบบกงสีกัน เรากับพี่ชายมาทำงานที่บ้าน เราไม่อยากทำงานที่บ้านแต่เนื่องจาก พ่อเราเอาพนง.เก่าแก่คนนึงซึ่งเราก็ว่าทำไมเราและคนอื่นๆแตะต้องไม่ได้ เราจับได้ว่าเค้าเป็นชู้กัน ก็เพราะแม่ของเราแยกห้องกับพ่อแล้ว....เราจึงอึดอัดมากที่ต้องทำงานที่บ้าน ต้องทำเพราะแม่ขอร้องไม่อยากให้สิ่งที่สร้างมาต้องไปอยู่กับคนบางคน อยากให้เราเรียนรู้งาน แต่หลายๆครั้งที่บ้านเราเวลาโมโหชอบบอกว่าเราไม่มีปัญญาทำที่อื่น หลายๆครั้งเราอยากจะบ้ากับปากคำพูดทำร้ายจิตใจของคนในบ้าน ...ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมคนบ้านนี้ไม่เคยรู้จักให้กำลังใจ แต่ว่าเวลาไม่พอใจว่าเสียดสีจนรับไม่ได้

แล้วชอบบอกว่าเราเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในบ้าน เราต้องยอมคนอื่นๆ ยอมทั้งๆที่เราไม่ผิด

มีเรื่องมากมายที่ทำให้เราสมองจะแตกตาย
ไม่รู้จะทำยังไง
ตั้งแต่โตมาเราแก้ปัญหาด้วยตัวเองตลอด เราเกลียดคำด่าว่าที่เสียดสีดูถูกของที่บ้านมากๆ ทุกครั้งทำเราสติแตก เพราะเรื่องเล็กๆแต่กลับเป็นเรื่องใหฯ ทั้งๆที่เราพยายามหาเหตุผล แต่เหตุผลที่บ้านเราคือ เราอายุน้อย ต้องผิด
อยากจะบ้า


หลายครั้งที่เราหยิบมีดมาแล้วนึกภาพว่าถ้าเรากรีดข้อมือตัวเองให้เลือดไหลกองทั่วพื้น ซัก วันสองวัน พ่อกับแม่คงมาเปิดประตูดู แล้วอ่านจดหมายที่เราระบายทุกอย่างที่ทุกคนฟังแต่ไม่เคยสนใจ พวกเค้าคงรู้สึกผิด แฟนเราคงร้องไห้ ทุกครั้งที่เรานึกถึงภาพหลังจากที่เราตาย เราก็จะนั่งร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง...รู้สึกผิด

ความรู้สึกผิด และความรู้สึกอยากตาย มันทรมารจริงๆ


  : ขอไม่บอก@hotmail.com ::  28/1/08 00:43

   ความคิดเห็นจากคุณ เบื่อชีวิต

ตอนนี้เบื่อ เหนื่อยกับชีวิตจังเลยค่ะ ไม่รู้มาจากสาเหตุอะไร บางครั้งก็อยากร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ รู้สึกเหมือนไม่มีใครรัก อยากมีที่พักใจ อยากกลับบ้านแต่ก็กลับไม่ได้ เหมือนคนไม่มีที่ไปเลยค่ะ อยากกลับบ้านมากๆ แต่ก็รู้สึกเหนื่อย เบื่อกับสภาวะแวดล้อมอย่างนั้น เหนื่อยกับการเรียน ไม่มีคนเข้าใจ แม่ไม่เข้าใจ นอนไม่หลับมานานมากแล้วค่ะ หลับก็แปปเดียว หลับๆตื่นๆ อยากไปพบจิตแพทย์หลายครั้ง แต่กลัวมีประวัติ อยากพบนักจิตวิทยา เรียนมาทางสายนี้ เข้าใจว่าตอนนี้อยู่ในภาวะซึมเศร้า สามารถรักษาได้ แต่ครอบครัวไม่ยอมรับ ยังไงเขาก็เข้าใจว่าบ้า ตอนนี้อยากมีที่ปรึกษา พูดคุย แต่ไม่ทราบจะไปที่ไหนดี รู้สึกเหมือนไม่มีใคร กลับไปบ้านก็ทะเลาะกับน้อง แม่ก็จะว่าเราเรียนจิตวิทยามาไม่เข้าใจรึไง ต้องยอมน้องสิคุยกับน้องดีๆ อยากบอกแม่ว่า เราก็คนเหมือนกันนะ มีความรู้สึก บางครั้งน้องว่าเราแรงๆ เราก็เสียใจ ทุกคนในบ้านยอมรับว่าน้องนิสัยไม่ดีเอาแต่ใจมากๆ แต่ทำไมไม่ช่วยกันพยายามปรับและแก้ไขน้อง แต่กลับเป็นให้เรายอมน้องทุกอย่าง อยากกลับไปหาแม่ แต่พอกลับไปแม่ก็ไม่สนใจ เปิดวิทยุลั่นบ้านทั้งวัน น้องก็เปิดโทรทัศน์เล่นคอมเปิดแต่ดาราเกาหลีที่เขาชอบทั้งวัน พ่อก้อไปบ้านเมียน้อย อยู่เป็นช่วงๆ เรากลับไปก็เหมือนไม่มีตัวตน ไม่ค่อยได้คุยอะไร บางครั้งเหนื่อยมาจากที่เรียนอยากมาพักใจแต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น บางครั้งไม่กล้าขอเงินแม่จนบางทีไม่มีตังติดตัวเลย ในขณะที่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมีเงินเหลือใช้ ไม่ใช่วาบ้านเราจนไม่มีเงินให้นะ แต่เราไม่กล้าขอ เพราะขอแล้วเรารู้สึกผิดเรียนจบตรีแล้วยังต้องขอเงินพ่อแม่ใช้อีก พ่อไม่เคยว่าอะไร แต่แม่บางครั้งก็พูดจนเรารู้สึกผิด เราจะทำงานก็กลัวเรียนไม่จบที่นี่เพราะมันยากมากๆ แล้วยิ่งต้องทำทีสิสต้องใช้เงิน แค่หาหัวข้อก็ต้องใช้เงินมากแล้ว ในการหาเนื้อหาทฤษฎี งานวิจัยต่างๆ แม่เข้าใจตลอดเวลาว่าเราไม่ประหยัด แต่แม่ไม่รู้หรอกว่า เราไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่เลย กระเป๋าก็ใช้แต่เก่าๆมีใบเดียวจนเพื่อนต้องขอร้องให้เปลี่ยนใหม่เถอะเพราะมันขาดจนปากกาทะลุมาเลอะเสื้อแล้ว เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องทำตัวให้ลำบากขนาดนี้ ทั้งๆที่บ้านก็มีเงนมีกิจการ แต่พอเราโทรไปขอเงินแม่ทีไรมักโดนตอบกลับว่าเอาไปใช้อะไรนักหนา ใช้ให้มันประหยัดๆหน่อย อยากให้แม่มาเห็นสภาพชีวิตเราจัง ว่าอยู่ที่นี่เราไม่ได้ใช้สุรุ่ยสุร่ายนะ บางวันเราก็ไม่ได้กินข้าว เราต้องซื้อหนังสือเรียน ซีร็อกชีท ทำรายงานแต่ละวิชาก็หมดหลายร้อยแล้ว อยากทำงานก็กลัวจะไม่ไหว เพราะพวกพี่ที่เรียนด้วยกันก็ลาออกจากงานกันเกือบหมดแล้ว นอกนั้นก็เป็นพวกลูกเจ้าของกิจการ แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องเรียนนานกว่าที่อื่นๆ พอเราบอกว่าที่นี่ให้จบยากมาก แม่ก็จะโมโหแล้วบอกไม่ต้องเรียนมันแล้วคนอื่นเขาเรียนแค่ปีครึ่งก็จบกันแล้ว โอ้ยเหนื่อย รู้งี้ไม่เรียนต่อดีกว่า จบแล้วนอนดูหนังอยู่บ้านเฉยๆแบบน้องดีกว่า เรียนต่อทำไมให้ปวดหัวให้เหนื่อย

  : ถ้าเพื่อนมาเจอต้องรู่แน่ว่าใคร@hotmail.com ::  25/4/08 13:58

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Name*
Email*

ความคิดเห็น *

  พิมพ์คำว่ากันแสปมก่อนทำการส่งข้อมูลครับ.

Top   |   Home   |   ถาม-ตอบ   |   แบบทดสอบ   |   รายงาน และสถิติ

Intranet   |   สมุดเยี่ยมชม   |   1667   |   ฐานข้อมูลวิจัย   |   ฐานข้อมูลวิจัยพยาบาล.


กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000. Tel. 0-2951-1300-29. เครือข่ายมหาดไทย. 821-8000.
Visit Mirror Site : http://www.dmh.moph.go.th  Contact WebMaster

                    

    ปฎิรูปกฏหมายไทย   กบข.   
::: :::