ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นในปัจจุบันนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องตกงานและส่วนใหญ่เมื่อต้องตกงานโดยไม่ได้คาดฝันมาก่อนก็มักจะทำให้ยอมรับไม่ค่อยได้ จะรู้สึกช็อค รู้สึกอับจนหนทาง ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร เพราะชินกับการทำงานรับเงินเดือนมาตลอด
แต่ชีวิตของคนเรายังต้องดำเนินต่อไป และปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรเอาแต่ท้อแท้ใจนะคะ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อะไร ๆ มันดีขึ้นได้แล้วยังเป็นการบั่นทอนกำลังใจของคนใกล้ชิดในครอบครัวของเราด้วยค่ะ
เมื่อต้องตกงานในยุคนี้ เราก็ต้องทำใจว่าไม่ได้มีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่โชคร้าย แต่ยังมีคนที่ต้องเผชิญชะตากรรมเหมือนเราอีกมาก และคนที่โชคร้ายกว่าเราก็ยังมีอีกเยอะ ถ้าทำใจได้ก็เท่ากับช่วยลดความทุกข์ลงได้เกือบครึ่งแล้วล่ะค่ะ
จริงอยู่ที่เมื่อตกงานเราต้องรู้สึกผิดหวังอย่างมากจนกลายเป็นความโกรธ จะโกรธไปหมด ทั้งโกรธตัวเอง โกรธนายจ้าง โกรธโชคชะตา แต่เมื่อโกรธไปก็เท่านั้น แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ก็อาจจะรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาแทน รู้สึกซึมเศร้า ไม่อยากจะทำอะไรต่อไปอีกแล้ว
ต่อเมื่อเวลาผ่านไป เราได้พักฟื้นทั้งกายและในสักระยะหนึ่ง ก็จะเริ่มมีสติเริ่มมีความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลและคิดหาทางอกได้เอง โดยอาจเก็บเกี่ยวความรู้สึกหรือหนทางแก้ไขปัญหาจากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือศึกษาดูจากวิธีการแก้ปัญหาของคนอื่น ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางวิทยุ โทรทัศน์ก็ได้
ดังนั้นในช่วงตกงานใหม่ ๆ จึงอย่าเพิ่งตัดสินใจทำอะไรลงไปเพราะจะเป็นการกระทำแบบหุนหันพลันแล่น ควรรอให้จิตใจสงบสักระยะหนึ่งก่อนจึงค่อยคิดลงมือทำอะไรต่อไปจะเป็นการกระทำที่มีเหตุผลดีกว่า